Basic operations

Manage your lists

Create list

  1. เลือก List บนเมนูหลัก
  2. คลิกปุ่ม Create list บริเวณมุมบนขวา
  3. กำหนดค่าในส่วนของ "General" โดยมีรายละเอียดดังนี้

    Name of General Description
    Title ระบุชื่อ List (ไม่สามารถตั้งชื่อ List ซ้ำกันได้)
    Unique validation
      สามารถเลือกตั้งค่าได้ระหว่าง
    • Check unique email address while importing หมายถึง ไม่อนุญาตให้ภายใน List มีรายชื่ออีเมลซ้ำกัน หรือ
    • Allow duplicated email address to import into this list หมายถึง อนุญาตให้ภายใน List สามารถมีรายชื่ออีเมลซ้ำกันได้
    Default opt-in confirmation
      สามารถเลือกตั้งค่าได้ระหว่าง
    • Send the opt-in confirmation email to the imported subscribers หมายถึง ระบบจะทำการส่งอีเมลยืนยันการสมัครรับข่าวสารไปยังรายชื่ออีเมลทั้งหมดทันทีที่มีการ Import รายชื่อเข้าสู่ List หรือ
    • All imported subscribers gave me permission to be added to my list หมายถึง Import รายชื่ออีเมลเข้าสู่ List ทันทีและจะไม่มีการส่งอีเมลยืนยันการสมัครรับข่าวสารไปยังรายชื่ออีเมลดังกล่าว
  4. คลิกปุ่ม Save
  5. เมื่อบันทึกสำเร็จ จะมีกล่องข้อความยืนยันผล ซึ่งคุณมีทางเลือกเพื่อดำเนินงานอื่นต่อไปได้ตามนี้
    • Back to list เพื่อกลับไปยังหน้ารวมรายชื่อ Lists
    • Continue editing เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการแก้ไข List ที่สร้างขึ้น และยังสามารถเลือก Import รายชื่ออีเมลได้ทันที
  6. Notice:
    คุณสามารถสร้าง List ได้สูงสุด 100 Lists หรือ หากต้องการเพิ่มพื้นที่ใช้งาน แนะนำให้ลบ List ที่ไม่จำเป็นออก

Settings list

  1. เลือก Lists บนเมนูหลัก
  2. คลิกชื่อ List ที่คุณต้องการ
  3. คลิกแท็บ Settings

Delete list

  1. เลือก Lists บนเมนูหลัก
  2. คุณสามารถเลือกวิธีลบ List ได้ระหว่าง
    • คลิกเครื่องหมายถูก True ในช่องสี่เหลี่ยมหน้าชื่อ List ที่คุณต้องการ จากนั้นคลิกปุ่ม Delete
    • เลือกชื่อ List ที่คุณต้องการ จากนั้นคลิก Drop-down ข้างปุ่ม View list แล้วคลิก Delete list

      Delete list
 


Subscriber importing options

ก่อนที่คุณจะเริ่ม Import รายชื่ออีเมล คุณจำเป็นต้องมี List หรือหากยังไม่มีให้ทำการสร้าง List ใหม่

  1. คลิกชื่อ List ที่คุณต้องการ
  2. คลิกปุ่ม Import file บริเวณมุมบนขวา
  3. Step 1 - Input format เลือกวิธี Import รายชื่ออีเมล

ลำดับต่อไปจะอธิบายถึงขั้นตอนการ Import รายชื่ออีเมลของแต่ละวิธีดังนี้

วิธีที่ 1 Copy and paste

หมายถึง Import รายชื่ออีเมลด้วยวิธีคัดลอกข้อมูลจากไฟล์ Excel หรือ CSV และวางลงยังกล่องรับข้อมูลทีละหลายรายการ

  1. Step 2 - Paste text คัดลอกรายชื่ออีเมลและวางลงยังกล่องรับข้อมูล จากนั้นคลิกปุ่ม Next

    Name of Paste text Description
    Fields separated by เลือกเครื่องหมายเพื่อใช้คั่นแต่ละฟิลด์
    Fields enclosed by เลือกเครื่องหมายเพื่อใช้ล้อมรอบแต่ละฟิลด์
  2. Step 3 - Settings ตัวอย่างรายชื่ออีเมลของคุณจะถูกนำมาแสดงในหน้านี้ ให้คุณคลิก Drop-down ที่ชื่อ Ignore this field แล้วเลือกจับคู่ฟิลด์ให้ตรงกับชนิดของข้อมูลของคุณ จากนั้นคลิกปุ่ม Next

    Field mapping

    หากคุณมีฟิลด์อื่น ๆ ที่นอกเหนือจากที่ระบบมีให้และคุณต้องการใช้งาน สามารถสร้างได้ที่เมนู Custom fields
    Caution:
    หากคุณเลือก Send the opt-in confirmation email to the imported subscribers ระบบจะทำการส่งอีเมลยืนยันการสมัครรับข่าวสารไปยังรายชื่ออีเมลทั้งหมดทันทีที่มีการ Import รายชื่อเข้าสู่ List
  3. ระหว่างการ Import รายชื่ออีเมล สถานะจะปรากฏบนหน้านี้เพื่อแสดงให้เห็นความคืบหน้าของการ Import ข้อมูลของคุณ

    Status message

  4. Step 4 - Result เมื่อขั้นตอนการ Import เสร็จสมบูรณ์ ระบบจะแจ้งจำนวนอีเมลที่ Import ทั้งหมด, จำนวนอีเมลที่ Import สำเร็จ, จำนวนอีเมลที่ซ้ำกันภายใน List และ จำนวนอีเมลที่ไม่ถูกต้องให้คุณทราบ
  5. คุณสามารถเลือกได้ระหว่าง คลิกปุ่ม Start Over เพื่อกลับไปยัง Step 1 - Input format หรือคลิกปุ่ม Finish เพื่อจบขั้นตอนการ Import รายชื่ออีเมล

วิธีที่ 2 One by one with subscriber form

หมายถึง Import รายชื่ออีเมลด้วยวิธีกรอกข้อมูลผ่านแบบฟอร์มทีละหนึ่งรายการ

  1. Step 2 - Entry data กรอกข้อมูลผ่านแบบฟอร์ม จากนั้นคลิกปุ่ม Next
    Tips:
    คุณสามารถคลิกเครื่องหมายบวก add.png เพื่อเพิ่มรายชื่ออีเมลใหม่ หรือคลิกรูปถังขยะ delete.png เพื่อลบรายชื่ออีเมล
  2. Step 3 - Settings ตัวอย่างรายชื่ออีเมลของคุณจะถูกนำมาแสดงในหน้านี้ จากนั้นคลิกปุ่ม Next
    Caution:
    หากคุณเลือก Send the opt-in confirmation email to the imported subscribers ระบบจะทำการส่งอีเมลยืนยันการสมัครรับข่าวสารไปยังรายชื่ออีเมลทั้งหมดทันทีที่มีการ Import รายชื่อเข้าสู่ List
  3. ระหว่างการ Import รายชื่ออีเมล สถานะจะปรากฏบนหน้านี้เพื่อแสดงให้เห็นความคืบหน้าของการ Import ข้อมูลของคุณ

    Status message

  4. Step 4 - Result เมื่อขั้นตอนการ Import เสร็จสมบูรณ์ ระบบจะแจ้งจำนวนอีเมลที่ Import ทั้งหมด, จำนวนอีเมลที่ Import สำเร็จ, จำนวนอีเมลที่ซ้ำกันภายใน List และ จำนวนอีเมลที่ไม่ถูกต้องให้คุณทราบ
  5. คุณสามารถเลือกได้ระหว่าง คลิกปุ่ม Start Over เพื่อกลับไปยัง Step 1 - Input format หรือคลิกปุ่ม Finish เพื่อจบขั้นตอนการ Import รายชื่ออีเมล

วิธีที่ 3 Import file

หมายถึง Import รายชื่ออีเมลด้วยวิธีอัพโหลดไฟล์ Excel และ CSV

  1. Step 2 - Import file คลิกปุ่ม Browse และเลือกไฟล์จากเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ จากนั้นคลิกปุ่ม Next
    Notice:
    รองรับเฉพาะไฟล์ XLS XLSX (Excel) และ CSV ขนาดไฟล์สูงสุดไม่เกิน 50 MB.
    Name of Import file Description
    Fields separated by เลือกเครื่องหมายเพื่อใช้คั่นแต่ละฟิลด์
    Fields separated by เลือกเครื่องหมายเพื่อใช้ล้อมรอบแต่ละฟิลด์
  2. Step 3 - Settings ตัวอย่างรายชื่ออีเมลของคุณจะถูกนำมาแสดงในหน้านี้ ให้คุณคลิก Drop-down ที่ชื่อ Ignore this field แล้วเลือกจับคู่ฟิลด์ให้ตรงกับชนิดของข้อมูลของคุณ จากนั้นคลิกปุ่ม Next

    Field mapping

    หากคุณมีฟิลด์อื่น ๆ ที่นอกเหนือจากที่ระบบมีให้และคุณต้องการใช้งาน สามารถสร้างได้ที่เมนู Custom fields
    Caution:
    หากคุณเลือก Send the opt-in confirmation email to the imported subscribers ระบบจะทำการส่งอีเมลยืนยันการสมัครรับข่าวสารไปยังรายชื่ออีเมลทั้งหมดทันทีที่มีการ Import รายชื่อเข้าสู่ List
  3. ระหว่างการ Import รายชื่ออีเมล สถานะจะปรากฏบนหน้านี้เพื่อแสดงให้เห็นความคืบหน้าของการ Import ข้อมูลของคุณ

    Status message

  4. Step 4 - Result เมื่อขั้นตอนการ Import เสร็จสมบูรณ์ ระบบจะแจ้งจำนวนอีเมลที่ Import ทั้งหมด, จำนวนอีเมลที่ Import สำเร็จ, จำนวนอีเมลที่ซ้ำกันภายใน List และ จำนวนอีเมลที่ไม่ถูกต้องให้คุณทราบ
  5. คุณสามารถเลือกได้ระหว่าง คลิกปุ่ม Start Over เพื่อกลับไปยัง Step 1 - Input format หรือคลิกปุ่ม Finish เพื่อจบขั้นตอนการ Import รายชื่ออีเมล

วิธีที่ 4 Facebook Lead

หมายถึง Import รายชื่ออีเมลด้วยวิธีซิงค์ข้อมูลกับ Facebook Page ที่มีการทำ Lead Ads

  1. Step 2 - Lead selection คลิกปุ่ม Sign in with Facebook และเลือก Sign in ด้วย Account ที่เป็น Admin page
  2. เลือก Lead generation data จาก Page ที่ต้องการ แล้วคลิกปุ่ม Next
  3. Step 3 - Settings ตัวอย่างรายชื่ออีเมลของคุณจะถูกนำมาแสดงในหน้านี้ ให้คุณคลิก Drop-down ที่ชื่อ Ignore this field แล้วเลือกจับคู่ฟิลด์ให้ตรงกับชนิดของข้อมูลของคุณ จากนั้นคลิกปุ่ม Next

    Field mapping

    หากคุณมีฟิลด์อื่น ๆ ที่นอกเหนือจากที่ระบบมีให้และคุณต้องการใช้งาน สามารถสร้างได้ที่เมนู Custom fields
    Caution:
    หากคุณเลือก Send the opt-in confirmation email to the imported subscribers ระบบจะทำการส่งอีเมลยืนยันการสมัครรับข่าวสารไปยังรายชื่ออีเมลทั้งหมดทันทีที่มีการ Import รายชื่อเข้าสู่ List
  4. ระหว่างการ Import รายชื่ออีเมล สถานะจะปรากฏบนหน้านี้เพื่อแสดงให้เห็นความคืบหน้าของการ Import ข้อมูลของคุณ

    Status message

  5. Step 4 - Result เมื่อขั้นตอนการ Import เสร็จสมบูรณ์ ระบบจะแจ้งจำนวนอีเมลที่ Import ทั้งหมด, จำนวนอีเมลที่ Import สำเร็จ, จำนวนอีเมลที่ซ้ำกันภายใน List และ จำนวนอีเมลที่ไม่ถูกต้องให้คุณทราบ
  6. คุณสามารถเลือกได้ระหว่าง คลิกปุ่ม Start Over เพื่อกลับไปยัง Step 1 - Input format หรือคลิกปุ่ม Finish เพื่อจบขั้นตอนการ Import รายชื่ออีเมล
 


Export subscribers in list

  1. เลือก Lists บนเมนูหลัก
  2. คลิกชื่อ List ที่คุณต้องการ
  3. คลิกแท็บ Subscribers
  4. คลิกปุ่ม Export มุมล่างขวา และสามารถเลือกได้ระหว่าง
    • This page Export เฉพาะรายชื่ออีเมลที่แสดงในหน้านี้
    • All result Export รายชื่ออีเมลทั้งหมดภายใน List
 


Create email template

  1. เลือก Templates บนเมนูหลัก
  2. เลือก Normal
  3. คลิกปุ่ม Create template บริเวณมุมบนขวา
  4. กำหนดค่าในส่วนของ "Template properties" โดยมีรายละเอียดดังนี้

    Name of Template properties Description
    Title ระบุชื่อ Template
    Template ID ID เพื่อใช้สำหรับอ้างอิง Template
    Type ประเภทของ Template
    Sending queue คลิกเครื่องหมายถูก True ในช่องสี่เหลี่ยมหน้า Set high priority for transactional ระบบจะทำการลัดคิวเพื่อส่ง Campaign ที่สร้างจาก Template ดังกล่าวออกเป็นลำดับแรกจนเสร็จ
  5. ในส่วนของ Email contents เลือก From basic layout
  6. เลือกรูปแบบ Layout ที่ต้องการ โดยให้เหมาะสมกับ Content ของคุณ
  7. ในส่วนของ Edit email contents คุณสามารถ เพิ่ม แก้ไข ลบ เนื้อหารวมถึงภาพที่อยู่ในบริเวณพื้นที่ Block หรือ เลือกใช้ Stacks ที่อยู่แถบด้านซ้ายด้วยวิธีลากและวาง

    Edit email contents

  8. เมื่อการออกแบบ Content เสร็จสิ้น คลิกปุ่ม Apply & Go back บริเวณมุมบนขวา
  9. คลิกปุ่ม Apply อีกครั้งเพื่อบันทึก Template
 


Create campaign and use email content from template

  1. เลือก Campaigns บนเมนูหลัก
  2. เลือก Draft
  3. คลิกปุ่ม Create a campaign บริเวณมุมบนขวา
  4. กำหนดค่าในส่วนของ "General" โดยมีรายละเอียดดังนี้

    Name of General Description
    Title ระบุชื่อ Campaign
    Google Analytics คลิกเครื่องหมายถูก True ในช่องสี่เหลี่ยมหน้า Enable Google Analytics integration เพื่อเปิดการใช้งาน
  5. ในส่วนของ Recipients เลือก List ที่คุณต้องการใช้ส่ง Campaign โดยสามารถเลือกได้มากกว่า 1 List หรือ มากกว่า 1 Segment และระหว่าง List หรือ Segment หากมีอีเมลซ้ำกันระบบจะจัดส่งเพียงข้อมูลเดียว
  6. กำหนดค่าในส่วนของ "Email" โดยมีรายละเอียดดังนี้

    Name of Email Description
    FROM name ระบุชื่อผู้ส่ง
    FROM address ระบุอีเมลผู้ส่งซึ่งต้องมีโดเมนอยู่จริง และ ไม่รองรับการระบุอีเมลที่เป็น Free Email
    Subject ระบุหัวเรื่องอีเมล
    REPLY-TO header คลิกเครื่องหมายถูก True ในช่องสี่เหลี่ยมหน้า Use the same as FROM name and email address หากต้องการใช้ชื่อและอีเมลผู้ส่งในการตอบกลับด้วยข้อมูลเดียวกันกับค่า FROM
  7. ในส่วนของ Create email content เลือก From templates
  8. เลือกรูปแบบ Template ที่ต้องการ โดยให้เหมาะสมกับ Content ของคุณ
  9. ในส่วนของ Edit email contents คุณสามารถ เพิ่ม แก้ไข ลบ เนื้อหารวมถึงภาพที่อยู่ในบริเวณพื้นที่ Block หรือ เลือกใช้ Stacks ที่อยู่แถบด้านซ้ายด้วยวิธีลากและวาง

    Edit email contents

  10. เมื่อการออกแบบ Content เสร็จสิ้น คลิกปุ่ม Apply & Go back บริเวณมุมบนขวา
  11. ในส่วนของ SPAM diagnosis คุณสามารถทราบผลการวิเคราะห์ Content รวมไปถึง Email header ก่อนส่งจริงได้ทันที เพื่อให้มั่นใจว่า Campaign ของคุณจะมีโอกาสลง Inbox ของผู้รับอีเมลสูงสุด
  12. ในส่วนของ Preview and Test คุณสามารถเลือกดูตัวอย่าง Campaign ก่อนส่งจริงได้ระหว่าง
    • คลิก Enter preview mode เพื่อดูตัวอย่าง Campaign แบบเป็นภาพ Snapshot
    • คลิก Send a test email จากนั้นระบุอีเมลที่ต้องการให้ระบบส่งตัวอย่าง Campaign ให้
      Notice:
      สามารถส่งตัวอย่าง Campaign ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งระบุอีเมลได้สูงสุด 5 อีเมล คั่นด้วย Comma ( , ) ไม่มีเว้นวรรค
  13. เมื่อคุณพร้อมที่จะส่ง สามารถเลือกตั้งค่าได้ระหว่าง
    • คลิกปุ่ม Save & Send now เพื่อส่ง Campaign ทันที
    • คลิก Sending options and event triggers กำหนดค่าในส่วนของ "Sending" โดยมีรายละเอียดดังนี้

      Name of Sending Description
      Sending queue คลิกเครื่องหมายถูก True ในช่องสี่เหลี่ยมหน้า High priority ระบบจะทำการลัดคิวเพื่อส่ง Campaign ดังกล่าวออกเป็นลำดับแรกจนเสร็จ
      Schedule mode สามารถเลือกตั้งค่าได้ระหว่าง
      • None หมายถึง ปิดโหมดตั้งเวลา
      • On given date and time หมายถึง กำหนดวัน และ เวลาสำหรับส่ง Campaign ล่วงหน้า
      • Repeatable หมายถึง กำหนดวัน และ เวลาสำหรับส่ง Campaign ซ้ำ
 


Preview and test your campaign

โปรแกรมอีเมลที่แตกต่างกันทำให้การแสดงผล Campaign ของคุณแตกต่างกันไปด้วย ดังนั้นการเห็นตัวอย่าง Campaign ก่อนส่งจึงเป็นสิ่งสำคัญ ในบทความนี้คุณจะได้เรียนรู้วิธีการดูตัวอย่าง Campaign ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 2 วิธีดังนี้

  1. เลือก Campaigns บนเมนูหลัก
  2. เลือก Draft
  3. คลิกชื่อ Campaign ที่คุณต้องการ
  4. คลิก Preview and Test คุณสามารถเลือกดูตัวอย่าง Campaign ก่อนส่งจริงได้ระหว่าง

    Preview and Test

    • คลิก Enter preview mode เพื่อดูตัวอย่าง Campaign แบบเป็นภาพ Snapshot
    • คลิก Send a test email จากนั้นระบุอีเมลที่ต้องการให้ระบบส่งตัวอย่าง Campaign ให้
      Notice:
      คุณสามารถส่งตัวอย่าง Campaign ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งระบุอีเมลได้สูงสุด 5 อีเมล คั่นด้วย Comma ( , ) ไม่มีเว้นวรรค
 


Pause or cancel your sending campaign

หลังจากที่คุณคลิกส่ง Campaign ทันที หรือถึงกำหนดที่คุณได้ตั้งเวลาส่งเอาไว้ สถานะจะปรากฏขึ้นเพื่อแสดงให้คุณเห็นถึงความคืบหน้าของการส่ง Campaign ของคุณ

  1. เลือก Dashboard บนเมนูหลัก
  2. ในส่วนของ Outgoing campaigns คลิกชื่อ Campaign ที่คุณต้องการ

    Sending in progress

  3. ระหว่างนี้คุณสามารถหยุดการส่ง Campaign ได้ โดยคลิกปุ่ม Pause Pause หรือคลิกปุ่ม Terminate Terminate เพื่อยกเลิกการส่ง Campaign นั้นทันที
 


Export your report

  1. เลือก Campaigns บนเมนูหลัก
  2. เลือก Delivered
  3. คลิกชื่อ Campaign ที่คุณต้องการ
  4. คลิกปุ่ม Export บริเวณมุมบนขวา โดยคุณสามารถเลือกประเภทของรายงานที่ต้องการ Export ได้ระหว่าง

    Export campaign

    • คลิก Campaign statistics (.xlsx) เพื่อ Export รายงานทางสถิติของ Campaign ในรูปแบบของไฟล์ Excel
    • คลิก Delivered recipients (.csv) เพื่อ Export รายชื่ออีเมลที่ส่ง ในรูปแบบของไฟล์ CSV
    • คลิก Unread recipients (.csv) เพื่อ Export รายชื่ออีเมลของผู้รับที่ยังไม่ได้เปิดอ่านอีเมล ในรูปแบบของไฟล์ CSV